การสร้างเสริมสุขภาพให้เป็นผู้มีสุขภาพดี
มีร่างกายที่สมบูรณ์ แข็งแรง ปราศจากโรค และมีอายุขัยยืนยาวนั้น
มีด้วยกันหลากหลายวิธี “การกินผัก ผลไม้
ให้ได้ในปริมาณที่เหมาะสม” นับว่าเป็นวิธีการหนึ่งที่จะช่วยทำให้เรา-ท่าน
ทั้งหลายมีสุขภาพที่ดี ไม่มีโรคภัยมาเบียดเบียน มีอายุขัยที่ยืนยาว
ดังกล่าวแล้วข้างต้น ประโยชน์ของการกินผักผลไม้ในปริมาณที่เหมาะสม มีมากมาย
แต่จะต้องกินเท่าไร กินอย่างไร จึงจะเหมาะสม และเกิดประโยชน์ต่อสุขภาพ
วิธีการกินผัก ผลไม้ ให้เหมาะสม
ไม่ใช่เรื่องยากเลยกับการกินผัก ผลไม้
ให้ได้ในปริมาณที่เรียกว่า “เหมาะสม”
การกินผักผลไม้ในปริมาณที่เหมาะสม คือ กินทั้งผัก และผลไม้ให้ได้ 5 ส่วน (5 กำมือ) ขึ้นไปทุกวัน และที่สำคัญ ควรกินให้หลากหลาย คือ หลากหลายชนิด หลากหลายสีสัน
หลากหลายรสชาติ ฯลฯ วิธีการกินให้ได้เหมาะสม และหลากหลาย
ทำได้ง่ายๆ
เพียงแต่ท่านตั้งเป้าหมายการกินของท่านไว้ว่า จะกินให้ได้ปริมาณ 5 ส่วน (5 กำมือ)
ขึ้นไปทุกวัน การได้มาซึ่งสุขภาพที่ดี ไม่จำเป็นต้องไปแข่งขันกับคนอื่น “เพียงแข่งขันกับตัวเอง” ตั้งใจทำให้ได้
และตั้งคำถามกับตนเองว่า “ทำไมต้องทำสิ่งนี้”
คำตอบ คือ “เราต้องการมีสุขภาพดี
มีร่างกายที่แข็งแรง ไม่เจ็บป่วยด้วยโรคภัย และมีอายุขัยที่ยืนยาว” ไม่ใช่ว่า “ยังไม่เจ็บป่วย ยังไม่ต้องทำ
เจ็บป่วยไม่สบายเมื่อไหร่ จึงค่อยทำ” หันมากินผัก
ผลไม้กัน
ประโยชนของการกินผัก ผลไม้ 5 ส่วน (5 กำมือ)
ขึ้นไป ทุกวัน
1.การกินผัก
ผลไม้ให้ได้ปริมาณที่เพียงพอ และเหมาะสม จะทำให้ ลดอัตราเสี่ยงของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร
การกินผักผลไม้ในปริมาณที่เหมาะสมเป็นประจำทุกวัน เป็นผลดี
ซึ่งเมื่อพิจารณาในเรื่องความเสี่ยงของการเสียชีวิต
2.ในกลุ่มผู้ชายสูงอายุ
จากการศึกษาแบบติดตามไปข้างหน้า สรุปได้ว่า การกินผักผลไม้เป็นประจำทุกวัน
ทำให้อัตราการเสียชีวิตลดลง (อายุยืนยาวขึ้น) และอัตราการป่วยด้วยโรคหัวใจลดลง
แต่ทั้งนี้ ยังขึ้นกับปัจจัยอื่นๆ ด้วย เช่น ขาดการเคลื่อนไหวออกแรง ขาดการออกกำลังกาย
การสูบบุหรี่ ฯลฯ
3.เสริมสร้างความแข็งแรงของระบบกระดูก
ป้องกันโรคกระดูกพรุน โดยการกินอาหารที่ให้อัลคาไลน์ (alkaline) ซึ่งรวมถึงผัก ผลไม้ โปรตีน และนม ในปริมาณที่เหมาะสม ผลจากการวิจัย พบว่า
ผัก ผลไม้ ที่มีแมกนีเซียม และโปแตสเซียมสูง จะช่วยป้องกันการสูญเสียมวลกระดูก
ในผู้ชายสูงอายุได้ ผักและผลไม้เป็นสิ่งสำคัญที่ให้แมกนีเซียม และโปแตสเซียม
ซึ่งช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน เพราะสารประกอบทั้ง 2 ชนิดนี้
จะเป็นตัวป้องกันการมีกรดสูง ซึ่งทำให้กระดูกบางลงได้
4.ลดอัตราเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจขาดเลือด
โรคหลอดเลือดสมอง จากรายงานขององค์การอนามัยโลก พบว่า ผู้หญิงที่กินผัก ผลไม้ 5.1
ส่วนต่อวัน จะสามารถลดอัตราเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจขาดเลือด
และโรคหลอดเลือดสมองได้ถึงร้อยละ 31 และร้อยละ 11 ตามลำดับ
5.ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง
ป้องกันโรคมะเร็งบางชนิด
-
มะเร็งต่อมลูกหมาก การกินผัก ผลไม้ที่มีเส้นใยสูง
จะลดอัตราเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก จากการวิจัยในกลุ่มชายอายุต่ำกว่า 65
ปี จำนวน 1,230 คน พบว่า การกินผักมีความสัมพันธ์กับ การเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก
(ไม่พบในผลไม้) โดยเฉพาะผักที่มีเส้นใยสูง
-
มะเร็งของระบบทางเดินอาหาร จากการทบทวนงานวิจัยระดับนานาชาติ เกี่ยวกับการกินผัก
ผลไม้ กับความเสี่ยงโรคมะเร็ง สรุปว่า การกินผัก ผลไม้
จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งบางชนิด โดยเฉพาะโรคมะเร็งระบบทางเดินอาหาร
สามารถลดความเสี่ยงได้สูงถึงร้อยละ 20-30 และลดมะเร็งโดยรวมได้ประมาณร้อยละ 5-12
-
มะเร็งปอด การกินผัก ผลไม้ ที่ให้อัลฟาแคโรทีน (alpha-carotene)
และไลพีน (lycopene) เช่น แครอท มะเบือเทศ ฯลฯ
จะทำให้ความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอดลดลงได้
6.
ป้องกันโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน อ้วน รวมทั้งการ ป้องกัน
และขจัดภาวะขาดสารอาหาร จากรายงานขององค์การอนามัยโลก เรื่อง โภชนาการ และสารอาหาร
กับการป้องกันโรคเรื้อรัง ได้มีข้อเสนอแนะให้บริโภคผัก และผลไม้ อย่างน้อยวันละ
400 กรัม เพื่อป้องกันโรคเรื้อรังดังกล่าว
7.
ประโยชน์ต่อสุขภาพด้านอื่นๆ เช่น ชะลอการเกิดโรคต้อกระจก ลดอาการโรคหืด
ช่วยระบบขับถ่าย ลำไส้ทำงานดีขึ้น ควบคุมน้ำหนักตัว ฯลฯ ผักผลไม้บางอย่าง อาทิ
ผักใบเขียว และส้ม เป็นแหล่งที่มีโฟเลท เหมาะสำหรับหญิงวัยเจริญพันธุ์
อาหารที่อุดมไปด้วยโฟเลท และกรดโฟลิค จะเหมาะสมกับหญิงวัยนี้อย่างยิ่ง
โดยเฉพาะหญิงที่ต้องการมีบุตร หรือตั้งครรภ์ได้ 12 สัปดาห์ การกินผัก ผลไม้
ยังช่วยเพิ่มกากเส้นใยอาหาร ลดการดูดซึมไขมัน ช่วยรักษาน้ำหนักตัว
และทดแทนอาหารที่มีกากน้ำตาล ซึ่งเป็นบ่อเกิดของโรคฟันผุได้ด้วย

จากประโยชน์ของการกินผัก ผลไม้
นานัปการดังที่กล่าวแล้ว สามารถหาข้อพิสูจน์ได้ เหตุผลที่ผัก
ผลไม้มีประโยชน์มากมาย เพราะเมื่อ เรา-ท่าน กินผักผลไม้เข้าไปในร่างกาย
เราจะได้รับทั้งวิตามิน เกลือแร่ และยังมีองค์ประกอบของพืชเชิงซ้อนหลายชนิด
ที่เรียกว่า ไฟโตเคมีคัลส์ (phytochemicals) เช่น
ฟลาโวนอยด์ (flavonoids) กลูโคซินิเลทส์ (glucosinilates)
และไฟโตเอสโตรเจน (phytoestrogens) วิตามิน
และ phytochemicals บางชนิดยังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
ช่วยทำลายอนุมูลอิสระในร่างกาย ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการก่อให้เกิดโรคมะเร็ง
และยังมีผลกระทบที่เป็นอันตรายอื่นด้วย
สรุป วิธีการกินผักผลไม้ ให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพ
ใน 1 วัน เรา-ท่าน ควรกินผัก
ผลไม้ให้ได้ในปริมาณที่เหมาะสม และหลากหลาย ซึ่งหมายถึง หลากหลายประเภท (ชนิด)
หลากหลายสี การกินผัก ให้หลากหลาย คือ การกินทั้งผัก กินใบ กินดอก กินราก กินหน่อ
ฯลฯ และหลากหลายสี เช่น สีขาว สีเขียว สีเหลือง สีส้ม ฯลฯ สำหรับผลไม้
หลากหลายนั้น หมายถึง หลากหลายประเภท เช่น ผลไม้รสหวาน เปรี้ยว จืด หรือหลายๆ รส
รวมกัน ฯลฯ ทั้งผลขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ รวมถึงกินน้ำผลไม้ 100%
และหลากหลายสี เช่น สีขาว สีเขียว สีแดง สีเหลือง สีม่วง ฯลฯ แต่ที่สำคัญ คือ
กินรวมๆ กันแล้ว ทั้งผักและผลไม้ ควรกินให้ได้ปริมาณ 5 ส่วน (5 กำมือหลวมๆ)
หรือครึ่งกิโลกรัมขึ้นไป ในหนึ่งวัน “ยิ่งกินมาก
ยิ่งเกิดประโยชน์ต่อสุขภาพมาก” วันอย่างแน่นอน
ปัจจุบัน มีการนำผักชั้นยอดมารวมกันในรูปแคปซูลเม็ดเป็นผลิตภัณฑ์
ผักเม็ด สายพันธุ์6(อัลฟัลฟ่า
วิทกราล)
เลขที่
อย. 50-1-10048-1-0001
วิธีรับประทาน รับประทาน 2 แคปซูลก่อนอาหารเช้าและ 2 แคปซูลก่อนนอน
ปริมาณและราคา
ขวดขนาด 120
แคปซูล ราคา 3,000 บาท
ขวดขนาด
60 แคปซูล ราคา 1,500
บาท
ขวดขนาดทดลอง 10
แคปซูล ราคา 250 บาท
สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่
คุณ วีระชัย
ทองสา
โทร. 084-6822645
, 085-0250423
ID Line :
weerachaicoffee